เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่... ปัญหาที่อาจไม่ได้อยู่ที่ "ขา" แต่อยู่ที่ "สมอง" หรือ "หู"
เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่... ปัญหาที่อาจไม่ได้อยู่ที่ "ขา" แต่อยู่ที่ "สมอง" หรือ "หู"
"หมอครับ พ่อผมแกบ่นว่าเดินแล้วเหมือนตัวลอยๆ พื้นโคลงเคลง กายภาพขามาเป็นเดือนแล้ว กล้ามเนื้อขาแข็งแรงดีมาก แต่ทำไมยังเดินเป๋ไปเป๋มาอยู่เลยครับ หรือว่าแกแกล้งทำ?"
ลูกชายของคุณลุงวิชัย (นามสมมติ) วัย 72 ปี ถามหมอด้วยความสงสัยปนกังวล ในขณะที่ตัวคุณลุงวิชัยเองนั่งทำหน้าเศร้า บอกหมอว่า "มันเหมือนเดินบนเรือตลอดเวลาเลยหมอ กลัวจะล้มจนไม่อยากลุกไปไหนแล้ว"
นี่คือเรื่องจริงที่เจอบ่อยมากครับ ลูกหลาน (และแม้แต่คนไข้เอง) มักเข้าใจว่า "เดินเซ = ขาไม่ดี" จึงมุ่งเน้นแต่การบริหารข้อเท้า ฝึกยืนขาเดียว หรือกินแคลเซียมบำรุงกระดูก
แต่พอทำไปสักพัก อาการกลับไม่ดีขึ้น หรือบางรายแย่ลงจนหกล้ม
วันนี้หมออยากจะบอกความลับของร่างกายให้ฟังครับว่า การที่เรายืนทรงตัวนิ่งๆ ได้นั้น ร่างกายไม่ได้ใช้แค่ "ขา" แต่ต้องใช้ "3 เสาหลัก" ทำงานประสานกัน ถ้าเสาใดเสาหนึ่งพัง ต่อให้ขาแข็งแรงแค่ไหน ก็เดินเซได้ครับ
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า อาการเดินเซของผู้สูงอายุที่บ้าน เกิดจากขา สมอง หรือน้ำในหู? บทความนี้มีคำตอบครับ
ระบบทรงตัว: 3 ทหารเสือ ที่ต้องทำงานร่วมกัน
ลองจินตนาการว่าร่างกายเราเป็น "หุ่นยนต์" นะครับ การที่หุ่นยนต์จะยืนนิ่งๆ ไม่ล้ม ต้องอาศัยข้อมูลจาก 3 แหล่งส่งไปประมวลผลที่ "CPU (สมอง)"
- ตา (Vision): เปรียบเสมือนกล้อง ที่บอกว่าพื้นเอียงไหม มีสิ่งกีดขวางหรือเปล่า
- ระบบรับความรู้สึกที่ข้อและกล้ามเนื้อ (Proprioception): เปรียบเสมือนเซนเซอร์ที่เท้าและข้อเท้า คอยบอกว่าตอนนี้เท้าเหยียบพื้นแน่นไหม
- ระบบทรงตัวในหูชั้นใน (Vestibular System): เปรียบเสมือน "ลูกดิ่ง" หรือ "ระดับน้ำ" (Gyroscope) ที่คอยบอกว่าตอนนี้หัวเราตั้งตรง หรือกำลังเอียงไปทางไหน
เมื่อทั้ง 3 ส่วนส่งข้อมูลไปที่สมอง (ส่วนซีรีเบลลัม) สมองก็จะสั่งการให้กล้ามเนื้อขาขยับเพื่อพยุงตัว
ดังนั้น ถ้า "ขาดี" แต่อีก 2 ส่วนที่เหลือ (หู หรือ สมอง) "พัง" หุ่นยนต์ตัวนี้ก็ล้มได้ง่ายๆ ครับ
สัญญาณเตือน: แบบไหนที่บอกว่า "ไม่ใช่แค่เรื่องขา"?
หากผู้สูงอายุที่บ้านมีอาการเหล่านี้ ร่วมกับการเดินเซ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับว่า อาจมีความผิดปกติที่ระบบประสาทหรือหูชั้นใน
อาการโคลงเคลง: รู้สึกเหมือนพื้นยุบ เดินบนฟูก หรือเหมือนนั่งเรือ ทั้งที่พื้นเรียบปกติ
เวียนหัวบ้านหมุน: รู้สึกสิ่งแวดล้อมหมุนติ้ว หรือตัวเองหมุน (Vertigo) โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่าทาง
เดินกางขา: เดินขากางกว้างผิดปกติ (Wide-based gait) เพื่อพยายามทรงตัว
ก้าวสั้นๆ ซอยเท้าถี่: เดินเหมือนเท้าติดพื้น ยกเท้าไม่พ้น (Shuffling gait)
ปัดเป๋เมื่อหลับตา: พอล้างหน้าหรือสระผมแล้วต้องหลับตา จะล้มทันที (เพราะตัดตัวช่วยเรื่อง "สายตา" ออกไป เหลือแต่ระบบหูและเท้าที่ทำงานไม่ดี)
โรคทางสมองและหูชั้นใน ที่ทำให้เดินเซ
ถ้าบริหารข้อเท้าแล้วไม่หาย อาจต้องมองหา "จำเลย" ตัวจริง เหล่านี้ครับ
1. น้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ หินปูนในหูหลุด (BPPV) เป็นสาเหตุยอดฮิตครับ ในหูชั้นในเรามีตะกอนหินปูนที่ช่วยบอกทิศทาง ถ้ามันหลุดเข้าไปในท่อครึ่งวงกลม จะทำให้เกิดสัญญาณลวง ส่งไปกวนสมอง ทำให้เวียนหัว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ แม้ขาจะแข็งแรงดีก็ตาม
2. ภาวะน้ำในโพรงสมองคั่ง (Normal Pressure Hydrocephalus - NPH)
โรคนี้มักพบในผู้สูงอายุ อาการเด่นคือ "เดินกางขา เดินซอยเท้าเหมือนเท้าติดกาว" (Magnetic gait) ร่วมกับกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และความจำถดถอย ถ้าเจออาการครบ 3 อย่างนี้ ต้องรีบพามาสแกนสมองครับ เพราะรักษาได้ด้วยการผ่าตัดระบายน้ำ
3. สมองน้อยเสื่อม (Cerebellar Ataxia) สมองส่วนซีรีเบลลัม มีหน้าที่คุมการทรงตัวโดยตรง ถ้าส่วนนี้เสื่อม หรือมีเส้นเลือดตีบ (Stroke) คนไข้จะเดินเซเหมือนคนเมาสุรา ตรึงแขนขาไม่นิ่ง มือสั่นเวลาหยิบของ
4. ปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy) พบบ่อยในคนที่เป็นเบาหวานมานาน เส้นประสาทที่เท้าจะชา ทำให้ "เซนเซอร์" ที่เท้าดับไป เวลาเดินจะไม่รู้ว่าเท้าแตะพื้นหรือยัง ทำให้ต้องเดินยกขาสูงๆ หรือเดินกระแทกส้นเท้า
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย
เมื่อมาพบแพทย์ หมอจะไม่ได้ตรวจแค่เข่าหรือข้อเท้า แต่จะตรวจระบบประสาทอย่างละเอียดครับ
การตรวจการเดิน (Gait Analysis): ให้เดินต่อเท้า (Tandem gait) คือเดินเอาส้นเท้าชิดปลายเท้า ถ้าเซหรือล้ม แสดงว่าระบบทรงตัวมีปัญหา
Romberg Test: ให้ยืนเท้าชิด กอดอก แล้วหลับตา ถ้าหลับตาแล้วตัวโอนเอนจะล้ม แสดงว่าระบบหูชั้นในหรือระบบรับความรู้สึกที่เท้ามีปัญหา
ตรวจการได้ยินและระบบทรงตัว: ตรวจการกลอกตา (Nystagmus) ซึ่งสัมพันธ์กับหูชั้นใน
MRI หรือ CT Scan สมอง: เพื่อดูว่ามีเนื้องอก เส้นเลือดตีบ หรือภาวะน้ำคั่งในสมองหรือไม่
แนวทางการรักษาและดูแล
ถ้าสาเหตุไม่ได้มาจากขา การกายภาพขาก็ช่วยได้แค่ส่วนหนึ่งครับ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
1. รักษาตามสาเหตุ:
- ถ้าเป็นหินปูนในหูหลุด: แพทย์จะทำกายภาพหมุนศีรษะ (Epley Maneuver) เพื่อให้หินปูนกลับเข้าที่
- ถ้าเป็นน้ำในสมองคั่ง: อาจต้องผ่าตัดใส่สายระบายน้ำ
- ถ้าเป็นปลายประสาทอักเสบ: ควบคุมเบาหวานให้ดี และให้ยาวิตามินบำรุงปลายประสาท
2. กายภาพบำบัดระบบทรงตัว (Vestibular Rehabilitation): ไม่ใช่แค่ยกเวทขา แต่เป็นการฝึก "สายตาและศีรษะ" ให้สัมพันธ์กัน ฝึกยืนบนฟองน้ำ ฝึกเดินหันซ้ายขวา เพื่อกระตุ้นให้สมองเรียนรู้การทรงตัวใหม่
3. ปรับสภาพแวดล้อม: สำคัญมากครับ! ในเมื่อระบบทรงตัวเขาไม่ดี เราต้องลดความเสี่ยง
- ติดราวจับในห้องน้ำและทางเดิน
- แสงสว่างต้องเพียงพอ (เพราะเขาต้องใช้สายตาช่วยทรงตัวมากกว่าคนหนุ่มสาว)
- พื้นต้องไม่ลื่น และไม่มีพรมเช็ดเท้าที่ขยับได้
พยากรณ์โรค: จะกลับมาเดินคล่องได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับสาเหตุครับ
- กลุ่มหูชั้นใน: ส่วนใหญ่รักษาหายขาดได้ หรืออาการดีขึ้นมาก
- กลุ่มน้ำในสมอง (NPH): หากผ่าตัดเร็ว อาการเดินจะดีขึ้นอย่างชัดเจน เหมือนได้ชีวิตใหม่
- กลุ่มสมองเสื่อมหรือเส้นเลือดตีบ: อาจไม่หายขาด 100% แต่การฝึกกายภาพบำบัดระบบทรงตัว จะช่วยลดความเสี่ยงหกล้มได้มาก และทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นครับ
สรุป
"การเดินเซ" ในผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องปกติของความชรา และไม่ได้แปลว่า "ขาอ่อนแรง" เสมอไปครับ
หากท่านสังเกตว่าผู้สูงอายุที่บ้าน เดินเซ เดินกางขา หรือบ่นเวียนหัวโคลงเคลง ทั้งที่บริหารขาแล้วไม่ดีขึ้น "อย่ารอช้า" ครับ ควรพามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหูและสมอง
เพราะการล้มเพียงครั้งเดียวในผู้สูงอายุ อาจเปลี่ยนชีวิตของทั้งครอบครัวได้ การรู้สาเหตุที่แท้จริง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คนที่เรารัก เดินได้อย่างมั่นคงไปอีกนานเท่านานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เดินเซ #ผู้สูงอายุล้ม #น้ำในหูไม่เท่ากัน #น้ำในสมองคั่ง #เวียนหัวบ้านหมุน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #ทรงตัวไม่อยู่ #สุขภาพผู้สูงวัย #คลินิกกระดูกและข้อเชียงใหม่
References
- Salzman B. Gait and balance disorders in older adults. Am Fam Physician. 2010;82(1):61-68.
- Jahn K, Zwergal A, Schniepp R. Gait disturbances in old age: classification, diagnosis, and treatment from a neurological perspective. Dtsch Arztebl Int. 2010;107(17):306-316.
- Tinetti ME, Kumar C. The patient who falls: "It's always a trade-off". JAMA. 2010;303(3):258-266.
- Bisdorff A, Von Brevern M, Lempert T, Newman-Toker DE. Classification of vestibular symptoms: towards an international classification of vestibular disorders. J Vestib Res. 2009;19(1-2):1-13.
- Jaruchinda P. Normal Pressure Hydrocephalus: A treatable cause of dementia and gait disturbance in elderly. R Thai Army Med J. 2013;66(3):139-146.
Comments
Post a Comment